สมัครสมาชิก ลงชื่อเข้าใช้ระบบ
Follow us on Twitter

สวัสดีปีใหม่ พ.ศ.2560 ท่านสมาชิกผู้ประกอบธุรกิจรักษาความปลอดภัยและผู้อ่านทุกท่าน

 

   กระผมยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นและสื่อสารถึงท่านสมาชิกผู้ประกอบธุรกิจรักษาควาปลอดภัยและผู้อ่านทุกท่าน ในช่วงระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมาหลายท่านที่อยู่ในภาคธุรกิจรักษาความปลอดภัยคงทราบถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่มี พรบ.ธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ.2558 ออกมาบังคับใช้ทำให้เกิดความวิตกกังวลและส่งผลกระทบอย่างกว้างขวาง สมาคมฯ ได้ร่วมกับสมาคมฯอื่น ๆ และชมรมที่เกี่ยวข้องกับภาคธุรกิจรักษาความปลอดภัยได้ช่วยกันขับเคลื่อนและยื่นหนังสือเรียกร้องไปยังรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงานรวมทั้งกระทรวงแรงงาน ซึ่งถือว่าได้ผลเป็นรูปธรรมโดยได้ตั้งคณะทำงานร่วมกันแก้ไขปัญหาผลกระทบอันเกิดจากพรบ.ธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ.2558 ซึ่งมีรองปลัดกระทรวงแรงงานเป็นประธาน ( นายสุวิทย์  สุมาลา ) เป็นประธานขณะนั้นและมีคณะทำงานประกอบด้วยภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจนได้ข้อสรุปร่วมกันในประเด็นที่เสนอแก้ไขที่คาดว่าเป็นประเด็นสามารถที่อยู่ในอำนาจของกระทรวงแรงงานและมีเหตุผลเพียงพอที่จะแก้ไขได้โดยผ่านคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์คณะที่ 5 ซึ่งมีรองนายกรัฐมนตรี ( พล.อ.ประวิทย์  วงษ์สุวรรณ ) เป็นประธานและได้ให้ความเห็นชอบตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ เพื่อเสนอให้นายกรัฐมนตรีในฐานะที่เป็นหัวหน้าคสช.ใช้มาตรา 44 ในการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ.2558 ใน 4 ประเด็นดังนี้

    1.ให้ยกเลิกความในมตรา 6 ( 2 )  แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ.2558 และให้ใช้ข้อความดังต่อไปนี้แทน

 

 

 

                       1.1 หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตาม ( 3 ) ให้เป็นไปตามนายกรัฐมนตรีกำหนด

         2.ให้ยกเลิกความใน ( 3 ) ของ ก. ของมาตรา 34 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ.2558 และให้ใช้ความดังต่อไปนี้แทน

                  ( 3 ) สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรการศึกษาภาคบังคับที่ใช้อยู่ในขณะสำเร็จการศึกษา     

           3.มิให้นำมาตรา 44 ก. ( 3 ) และมาตรา 34 ข. ( 3 ) มาใช้บังคับกับบุคคลดังกล่าว

           ซึ่งจะทำให้ผู้ที่เป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยอยู่แล้วและมีความผิดอันต้องห้ามที่ถูกคำพิพากษาถึงที่สุด ให้ได้รับโทษจำคุกและยังไม่พ้นโทษมาแล้ว 3 ปี สามารถที่จะเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยต่อไปได้โดยไม่ต้องออกจากงาน

           4.ให้ยกเลิกความในมาตรา 73 วรรคหนึ่ง และ 74 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ.2558 และแก้ไขเพิ่มเติมมาตราดังกล่าวแทน

         เป็นการขยายระยะเวลาให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจรักษาความปลอดภัย และพนักงานรักษาความปลอดภัยในการยื่นคำขอใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ออกไปภายในสามร้อยหกสิบวัน นับตั้งแต่พระราชบัญญัติฉบับนี้ใช้บังคับ ( ซึ่งจะมีผลบังคับในวันที่  1  มีนาคม  2560 )

                   ซึ่งทำให้เกิดการผ่อนคลายได้ในระดับหนึ่งต้องขอขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรีมา ณ โอกาสนี้ด้วย แต่ก็ยังมีปัญหาอยู่มากมายที่จะทำให้ธุรกิจรักษาความปลอดภัยเดินต่อไปได้อย่างยากลำบากโดยเฉพาะธุรกิจรักษาความปลอดภัยขนาดเล็ก เนื่องจากเป็นกฎหมายเชิงควบคุมอย่างเดียวไม่มีลักษณะส่งเสริม ซึ่งจะแยกประเด็นปัญหาหลัก ๆ ได้ดังนี้

                  1.ด้านแรงงานรักษาความปลอดภัย ไม่เพียงพอต่อความต้องการต่อผู้บริโภคหรือผู้ใช้บริการ ด้วยสาเหตุมีความต้องการสูงแต่ผู้ที่จะมาทำงานเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยยังมีจำนวนน้อย ด้วยเหตุขาดแรงจูงใจจากรายได้และสวัสดิการ และการยอมรับจากสังคม แถมยังมีบทลงโทษด้วย มีความยุ่งยากในขั้นตอนการเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยอนุญาต

        2.ความเสมอภาคและการเลือกปฏิบัติของพระราชบัญญัติฉบับนี้ที่ไม่มีการบังคับใช้กับองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจที่จ้างรปภ.ใช้เองและรปภ.อิสสระ ถือเป็นช่องโหว่ของกฎหมายอย่างหนึ่งที่จะทำให้ไม่สามารถที่จะยกระดับและพัฒนาธุรกิจหรืออาชีพรักษาความปลอดภัยต่อไปได้ และจะเป็นการทำลายภาคธุรกิจรักษาความปลอดภัยที่จะทำให้ลดการเติบโตของภาคธุรกิจนี้ เนื่องจากผู้ประกอบการหรือเจ้าของกิจการจะจ้างรปภ.เองมากขึ้น เพราะต้นทุนถูกกว่าและลดปัญหาความยุ่งยาก แต่ในทางกลับกันภาคธุรกิจรักษาความปลอดภัยจะมีความยุ่งยากและขั้นตอนในการปฏิบัติตามกฎหมายในการจัดหาและควบคุมแรงงานตลอดจนคอร์สต้นทุนจะสูงขึ้นอีกมาก ที่สำคัญภาครัฐไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายได้อย่างจริงจัง และจะเป็นช่องทางในการหาผลประโยชน์ของเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องได้อีกด้วย

               3.ขาดการมีส่วนร่วมของภาคธุรกิจรักษาความปลอดภัย ตั้งแต่การแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ จะเห็นได้จากการแต่งตั้งที่ผ่านมาไม่ว่าเป็นกรรมการหรืออนุกรรมการไม่มีตัวแทนจากองค์กรรักษาความปลอดภัยอย่างแท้จริงจึงไม่เข้าใจปัญหาและไม่ได้ทำหน้าที่ตัวแทนอย่างสมบูรณ์ และไม่ได้แต่งตั้งให้เป็นไปตามกฎหมายที่กำหนด

        ดังนั้นจะต้องกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการได้มาซึ่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการกำกับธุรกิจรักษาความปลอดภัยตามพระราชบัญญัติธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ.2558 ให้ชัดเจน เพื่อให้ได้ผู้แทนอย่างแท้จริงเป็นไปตามเจตนารมย์ของพระราชบัญญัติฉบับนี้

                 4.การกำหนดอำนาจหน้าที่ของนายทะเบียนตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ค่อนข้างเบ็ดเสร็จ โดยมีหน้าที่ออกใบอนุญาต พักใบอนุญาต ถอนใบอนุญาต ให้แก่บริษัทรักษาความปลอดภัยและพนักงานรักษาความปลอดภัยอนุญาตรวมทั้งการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมรักษาความปลอดภัย ถือเป็นเรื่องสำคัญเกี่ยวกับความมั่นคงอยู่รอดของธุรกิจโดยตรง จึงควรมีขั้นตอนตรอจสอบ กลั่นกรองก่อนการดำเนินการหรือสั่งการใด ๆ ของนายทะเบียน เพื่อให้เกิดความรอบคอบถูกต้องเป็นธรรม ไม่เป็นการเลือกปฏิบัติหรือให้คุณให้โทษแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ไม่เป็นการกระทำไม่สุจริตหรือแสวงหาผลประโยชน์ จึงควรให้มีคณะอนุกรรมการตรวจสอบ - กลั่นกรองนายทะเบียนระดับจังหวัด ซึ่งมาจากผู้แทนที่เกี่ยวข้องด้วย

             5.ภาระต้นทุนของการประกอบการภาคธุรกิจรักษาความปลอดภัยจะเพิ่มสูงขึ้น มีการแข่งขันด้านแรงงานมากขึ้น ด้วยขั้นตอนของการดำเนินการของการเตรียมกำลังแรงงานตั้งแต่การจัดหา ตรวจสอบประวัติอาชญากร การฝึกอบรม ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ค่าใช้จ่ายช่วงรอใบอนุญาต เป็นต้น ซึ่งจะส่งผลต่อราคาของค่าบริการรักษาความปลอดภัย และจะส่งผลต่อผู้บริโภคหรือประชาชนทั่วไปในที่สุดและสิ่งสำคัญที่ก่อให้เกิดผลกระทบธุรกิจรปภ.ขนาดเล็กจะแข่งขันกับธุรกิจรปภ.ขนาดใหญ่ไม่ได้ด้วยปัจจัย  ต้นทุน และศักยภาพในด้านความพร้อมด้านต่าง ๆ

   ดังนั้นขอเรียกร้องต่อผู้มีอำนาจหรือหน่วยงานกำกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สิ่งที่จะแก้ไขปัญหาผลกระทบจากพระราชบัญญัติธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ.2558 ในเบื้องต้นนี้ได้ ต้องไปกำหนดให้มีการส่งเสริมอาชีพรักษาความปลอดภัยให้มีรายได้และสวัสดิการหรือค่าตอบแทนลักษณะพิเศษกว่าอาชีพประเภทอื่น เนื่องจากการเป็นผู้ช่วยพนักงาน ช่วยเหลือสังคมและภาครัฐ ซึ่งได้ประโยชน์จากการทำงานของรปภ.ทั้งทางตรงและทางอ้อมด้วย และควรกำหนดอัตราค่าจ้างหรือค่าบริการกลาง ค่าตอบแทนพิเศษอื่น ๆ สัญญากลาง และมีบริษัทประกันภัยมารับความเสี่ยงในสัญญาจ้างรักษาความปลอดภัยของบริษัทฯ เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคและลดความเสี่ยงของบริษัทรักษาความปลอดภัยโดยใช้อำนาจของคณะกรรมการกำกับธุรกิจรักษาความปลอดภัยตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ 

          ในโอกาสวาระดีถีขึ้นปีใหม่ 2560 นี้กระผมขอกราบอาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย โปรดดลบันดาลให้ท่านและครอบครัวตลอดจนบริวารประสบแต่ความสุขความเจริญสัมฤทธิ์ผลในสิ่งที่พึงปรารถนาทุกประการ

ด้วยความปารถนาดี       

                             

             (นายวัชรพล   บุษมงคล)                     

นายกสมาคมผู้ประกอบการรักษาความปลอดภัยแห่งประเทศไทย